เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นางจงกล ชินเสนา

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถ
ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
ผู้วิจัย นางจงกล ชินเสนา ตำแหน่ง วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น
ปีที่พิมพ์ 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ

2) สร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

และ 4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/5 จำนวน 42 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดเจตคติที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ จำนวน 30 ข้อ เก็บรวบรวบข้อมูลโดยการวิเคราะห์เอกสาร ประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ทดสอบการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และสอบถามเจตคติที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า

  1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ได้แก่ 1) ทฤษฎีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของไวกอทสกี หลักการพื้นฐานของวิธีสอนประกอบด้วย (1) ผู้เรียนเป็นผู้ที่ลงมือกระทำ (Active) และจะต้องมีส่วนในการเรียนรู้ (2) การเรียนรู้ทุกชนิด เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ถือว่าสังคมเป็นแหล่งสำคัญของการเรียนรู้ และพัฒนาการเชาวน์ปัญญา (3) ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้ได้ดีและมากขึ้นถ้าหากมีคนช่วย (4) ผู้เรียนทุกคนมี “The Zone of Proximal Development” หรือขอบเขตบริเวณความใกล้เคียงพัฒนาเชาวน์ปัญญาของผู้เรียน (5) การพูดอย่างรู้คิดภายในหรือการคิดในใจ (Inner Speech) มีความสำคัญในการเรียนรู้ 2) ทฤษฎีโครงสร้างความรู้และความเข้าใจในการอ่าน เชื่อว่า ความเข้าใจในการอ่านจะเกิดขึ้นต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้ (1) ความรู้ทางภาษา (2) ประสบการณ์ความรู้ทั่วไป (3) ความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่อง (4) โครงสร้างของข้อเขียน
  2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction the Wh – question) ขั้นที่ 2 ขั้นก่อนการอ่าน (Pre – reading) ขั้นที่ 3 ขั้นระหว่างการอ่าน (While – reading) ขั้นที่ 4 ขั้นหลังการอ่าน (Post – reading) ขั้นที่ 5 ขั้นสรุป (Conclusion) หรือเรียกว่า IP-WP-C MODEL และผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถ ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล สวนสนุก อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
  3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พบว่าแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.73/87.14 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ และดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ มีค่าเท่ากับ 0.7233หรือนักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็นร้อยละ 72.33
  4. ผลการประเมินและปรับปรุงการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีไวกอทสกี เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พบว่า นักเรียนมีเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ โดยรวมอยู่ในระดับมาก

เรื่องที่ 2


ชื่อเรื่อง รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกม
ตามทฤษฎีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
ผู้วิจัย นางจงกล ชินเสนา ตำแหน่ง วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น
ปีที่พิมพ์ 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2) หาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัด การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/5 จำนวน 48 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบพหุปัญญา จำนวน 64 ข้อ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เป็นแบบเติมตัวอักษรภาษาอังกฤษและแบบโยงคำศัพท์ จำนวน 20 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ เก็บรวบรวบข้อมูลโดย ทดสอบพหุปัญญา ทดสอบการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ และสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า

  1. แผนการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.67/83.93 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  2. แผนการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6438 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 64.38
  3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้เกมตามทฤษฎีพหุปัญญา โดยรวมอยู่ในระดับมาก

Leave a Comment

Your email address will not be published.